วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

นักเขียนโปรแกรม




นักเขียนโปรแกรม ( Programmer) เมื่อนักวิเคราะห์ระบบทำการวิเคราะห์ระบบงานเสร็จสิ้น
ก็จะส่งต่อมายังผู้ที่ชำนาญในเรื่องของการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะเพื่อสร้างระบบงานนั้นให้
ออกมาใช้งานได้จริง ๆ เราเรียกบุคคลกลุ่มนี้ว่า นักเขียนโปรแกรม หรือ programmer นั่นเอง
โปรแกรมที่มีขนาดเล็กมาก (เหมือนกับการสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ) อาจใช้นักเขียนโปรแกรมเพียง
ไม่กี่คน และสร้างเสร็จภายในเวลาไม่กี่วัน แต่หากโปรแกรมมีขนาดที่ใหญ่มาก (เปรียบเทียบได้กับ
การสร้างบ้าน ตึก หรืออาคารขนาดใหญ่) นักเขียนโปรแกรมเพียงคนเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับ
การเขียนชิ้นงานนั้น หน่วยงานบางแห่งจึงต้องมีทีมงานจำนวนมากเพื่อรองรับกับการเขียนโปรแกรม
ดังกล่าว วิธีการเขียนอาจแบ่งกลุ่มโปรแกรมออกเป็นส่วนย่อย ๆ ที่เรียกว่าโมดูล ( module) แล้วกระจาย
งานออกไปให้กับแต่ละคน จากนั้นจึงจะนำเอาโมดูลที่ได้กลับมารวมกันเป็นโปรแกรมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งช่วยลดเวลาในการเขียนโปรแกรมลงไปได้มาก
นักเขียนโปรแกรมจะอาศัยภาษาคอมพิวเตอร์ตามที่ตนเองถนัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และ

ความซับซ้อนของลักษณะงานเป็นหลัก เช่น งานทางด้านธุรกิจ งานทางด้านวิทยาศาสตร์และการ

คำนวณ เป็นต้น ปกติแล้วจะมีหน้าที่และตำแหน่งเรียกแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ปฏิบัติ เช่น
Web programmer หรือนักเขียนโปรแกรมบนเว็บไซท์
Application programmer หรือนักเขียนโปรแกรมสำหรับใช้งานเฉพาะอย่าง
System programmer หรือนักเขียนโปรแกรมระบบ เป็นต้น
ในกรณีที่นำเอาโปรแกรมหรือระบบงานสำเร็จรูปมาประยุกต์ใช้ นักวิเคราะห์ระบบจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูล

และวางแผนว่าจะนำระบบเข้ามาใช้อย่างไร ใครจะใช้ส่วนไหนของโปรแกรมบ้าง และใช้อย่างไร ส่วนนัก

เขียนโปรแกรมอาจมีบาบาทในการแก้ไขเพิ่มเติม โปรแกรมสำเร็จรูปนั้นเท่าที่ทำได้ เช่น ทำรายงานที่ต้อง

การเพิ่มหรือเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น ๆ เป็นต้น

เหตุผลที่สนใจชอบอาชีพนี้เพราะเป็นอาชีพที่มีความเป็นอิสระและเป็นอาชีพที่ดีได้รับงานเรื่อยๆและมีราย

ได้เยอะพอตัว

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผลกระทบต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ข่าว เตือนภัยหาแฟนทางอินเตอร์เน็ต



      เตือนภัยการพบเจอกันทางโลกอินเตอร์เน็ต  หลงรูปจากภาพที่เห็น  หลงเชื่อถูกหลอกโอนเงินไปเป็นแสน สุดท้ายจ้างนักสืบหาตัวพบว่า มีลูกมีผัวเป็นตัวตน แถมหน้าตาตรงข้ามกับรูป  หลงเชื่ออาจตกเป็นเหยื่อแถมเรียกเงินคืนไม่ได้เพราเป็นการให้โดยเสน่หา
            เรื่องเล่านี้ทุกคนสมควร “ต้องอ่าน เพราะสมัยนี้คนส่วนมากใช้คอมพิวเตอร์ เล่นเกม ซื้อขายสินค้า หาข้อมูล หาเพื่อน หาแฟน และประสงค์อื่นๆ อีกมากมาย   แล้ว แต่ว่าใครอยากจะใช้ประโยชน์อะไรจากอินเตอร์เน็ต
 เตือนภัยเรื่องนี้ เป็นการเล่น Facebook ของหนุ่มคนหนึ่ง เขาเล่าว่าทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แต่ทำในช่วงกลางคืน  พอง่วง ก็เล่น แชทไปเรื่อยๆ ไปเจอหญิงคนหนึ่งเธอลงข้อมูลใน facebook ว่าอายุ 25 ปี   หน้าตาน่ารักมาก ผิวขาว สวยมาก  แชทจีบกันไปจีบกันมา ก็เริ่มพอใจกัน ฝ่ายชายมีใจให้เพราะเธอหน้าตาน่ารัก   เธอบอกว่าตอนนี้เดือดร้อนเรื่องเงิน เกี่ยวกับค่าเทอมเพราะต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย  เงินไม่พอ ฝ่ายชายจึงเห็นใจและโอนไปให้ โดยที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน พอจะนัดเจอเธอก็บอกว่าติดอ่านหนังสือสอบ ติดสอบ  ต้องกลับไปช่วยพ่อแม่บ้าง เขาเห็นว่า เอ่อ เด็กคนนี้ท่าทางนิสัยดี   ก็เลยช่วยเหลือมาตลอด เธอเริ่มมีปัญหาเรื่องเงินบ่อยมาก  เขาก็ช่วยเหลือมาตลอด หมดไปหลายแสนบาท จนเงินที่เก็บไว้ไม่มี  ตอนหลังไม่ค่อยมีเงินโอนให้เธอ  ทุกวันจะต้องแชทกันและคุยกันโทรศัพท์ทุกวัน วันละหลายชั่วโมง เมื่อถามว่าบ้านอยู่ไหน เธอไม่ตอบความจริง ระยะหลังอาการเริ่มเปลี่ยน โทรศัพท์ก็ไม่รับ     เขาเอะใจจึงสืบข้อมูลเธอ  แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่
จึงมาปรึกษานักสืบ ให้หาบุคคลที่ลงใน facebook   มีชื่อให้ เบอร์ให้  มีรูปให้  เมื่อตกลงว่าจ้างกัน นักสืบทำงานให้ได้ข้อมูลมาว่าบุคคลที่เขาติดต่อด้วยคือใคร อยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ พร้อมรูปถ่าย ส่งเมล์ไปรายงาน  พอผู้ว่าจ้างได้รับรายงานก็แทบช๊อคทำไมเป็นแบบนี้หละ เขาจึงไปตามที่นักสืบบอก ได้รับความจริงว่า คนที่เขาเห็นใน facebook  นั้นไม่ใช่รูปเธอ และปัจจุบันอายุเธอคนนี้ 35 ปีแล้ว มีสามีและลูกแล้ว  หน้าตาเธอไม่ดีเหมือนที่ลงในรูป
ผู้ว่าจ้าง โทรมาเล่าให้นักสืบฟังว่า ข้อมูลที่นักสืบให้ไปนั้นจริงทุกอย่าง  แต่หญิงคนนั้นไม่ยอมมาพบเค้า ได้พบแต่น้องสาวของเธอบอกว่า คนนั้นเป็นพี่สาว  และหน้าตาเธอไม่ดีเหมือนอย่างที่ลงใน facebook ด้วย ตอนหลังเธอยอมรับว่าไม่ใช่รูปเธอ แต่เรื่องอื่นเธอไม่ยอมรับ ได้ข้อมูลจากน้องสาวเธออีกว่า เธอยังอยู่กับสามีและลูก ยังไม่ได้เลิกกัน  ตอนนี้หนุ่มคนนี้เริ่มเครียด เพราะเสียเงินทองไปเยอะมาก จนหมดตัว คิดว่าโอกาสจะได้คืนน้อยมาก เขาบ่นกับนักสืบว่า นี่นะพี่ เชื่อไม่ได้จริงๆนะคนที่เจอในอินเตอร์เน็ต ทำไมต้องมาหลอกกันด้วย ผมเครียดจริงๆเลย
ความจริงเรื่องแบบนี้ก็เคยเตือนกันบ่อย เรื่องอินเตอร์เน็ต โรคไซเบอร์ นี้ คนที่ถูกหลอกเพราะติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ตมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการแชทจีบกัน แต่ไม่เคยเจอตัวจริง หลงไหลในรูปที่ลงทางอินเตอร์เน็ต ไม่ยากเลยสมัยนี้ เทคโนโลยีจะรีทัชให้สวย สาวแบบไหน หล่อแบบไหนได้หมด  และตามมาคือเรื่องหลอกเอาเงิน  หมดตัวก็เลิกคบ  แล้วจะไปตามเอาคืนที่ไหน ไม่มี๊  จะฟ้องร้องเหรอ ก็คุณมาให้ชั้นเอง แบบนี้เค้าเรียก ว่า เสน่หา รึเปล่า หลักฐานก็ไม่มี 

ปัญหาเกิดได้ทุกวัน ถ้าเกิดกับใครแล้ว แก้ไขไม่ได้ ปรึกษามาได้ที่ นักสืบกุ้ง อำนวยพร มณี

อ้างอิง http://www.decha.com/main/showTopic.php?id=7623
ความคิดเห็น
การที่ใช้อินเตอร์เราควรต้องระมัดระวังอะไรหลายๆด้านว่าสมควรหรือไม่สมควรต้องคิดและวิเคราะห์ให้ดีๆ               กับผลที่จะเกิดมาว่าเป็นอย่างไรสมควรหรือไม่สมควร

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 4

ใบงานที่4
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปัญหาที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งต่างๆ กัน


2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม


3. จัดทำเค้าโครงของโครงงาน
โดยมีองค์ประกอบของเค้าโครงของโครงงานคือ
รายงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ

ชื่อโครงงาน
ประเภทโครงงาน
ชื่อผู้จัดทำโครงงาน
ครูที่ปรึกษาโครงงาน
ครูที่ปรึกษาร่วม
ระยะเวลาดำเนินงาน
แนวคิด ที่มา และความสำคัญ
วัตถุประสงค์
หลักการและทฤษฎี
วิธีดำเนินงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เอกสารอ้างอิง


4. การลงมือทำโครงงาน
เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือนว่าการจัดทำโครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ดั

5. การเขียนรายงาน
การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนรายงานนักเรียนควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ

6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน
การนำเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทำโครงงาน เพื่อแสดงออกถึงผลิตผลความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทำให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานนั้น การเสนอผลงานอาจทำได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบายประกอบการรายงานด้วยคำพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์และอธิบายด้วยคำพูด เป็นต้น โดยผลงานที่นำมาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คำอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน
5. วิธีการดำเนินการที่สำคัญ
6. การสาธิตผลงาน
7. ผลการสังเกตและข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการทำโครงงาน

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 3

ใบงานที่3


โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ


ใบงานที่ 2


ใบงานที่ 2

ให้นักเรียนปฏิบัติสร้างบทความใหม่ ใบงานที่ 2 เรื่อง ประเภทของโครงงานฯ
ประเภทของโครงงงานมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
โครงงานมี 4 ประเภท ได้แก่
1.โครงงานสำรวจ รวบรวมข้อมูล
2.โครงงานค้นคว้าทดลอง
3.โครงงานศึกษาค้นคว้า คิดค้นทฤษฎีหรือแนวคิดใหม่ๆ
4.โครงงานสิ่งประดิษฐ์
โครงงานคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
โครงงานคอมพิวเตอร์มี 5 ประเภท ได้แก่
1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
ประโยชน์ของโครงงาน
1.ได้ทำงานตามความถนัด และความสนใจของตนเอง
2.ได้รู้จักวิธีแสวงหาความรู้ ข้อมูลและการเรียนรู้ การทำงานเป็นระบบ
3.ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
4.ได้ฝึกทักษะกระบวนการทำงานด้วยตนเอง หรือร่วมทำงานเป็นกลุ่ม
5.พัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 1



ให้นักเรียน ตอบคำถามดังต่อไปนี้
1. โครงงาน หมายถึงอะไร?

ตอบ งานวิจัยเล็กๆสำหรับนักเรียน เป็นการแก้ปัญหาหรือข้อสงสัย หาคำตอบโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หากเนื้อหาหรือข้อสงสัยเป็นไปตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด จะเรียกว่าโครงงานในกลุ่มสาระนั้นๆ

2. โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร?
ตอบ กิจกรรมการเรียนที่นักเีรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว


3. ตัวอย่างเว็บไซต์ ที่มีตัวอย่างโครงงาน จำนวน  3 เว็บ พร้อมทำ Link


ตอบ http://www.slideshare.net/cucumberptw/ss-25372018
https://sites.google.com/site/comproject64sogood/tawxyang-khorng-ngan-khxmphiwtexr

http://www.slideshare.net/thanamonbannarat/ss-25578653