นักเขียนโปรแกรม
ก็จะส่งต่อมายังผู้ที่ชำนาญในเรื่องของการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะเพื่อสร้างระบบงานนั้นให้
ออกมาใช้งานได้จริง ๆ เราเรียกบุคคลกลุ่มนี้ว่า นักเขียนโปรแกรม หรือ programmer นั่นเอง
โปรแกรมที่มีขนาดเล็กมาก (เหมือนกับการสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ) อาจใช้นักเขียนโปรแกรมเพียง
ไม่กี่คน และสร้างเสร็จภายในเวลาไม่กี่วัน แต่หากโปรแกรมมีขนาดที่ใหญ่มาก (เปรียบเทียบได้กับ
การสร้างบ้าน ตึก หรืออาคารขนาดใหญ่) นักเขียนโปรแกรมเพียงคนเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับ
การเขียนชิ้นงานนั้น หน่วยงานบางแห่งจึงต้องมีทีมงานจำนวนมากเพื่อรองรับกับการเขียนโปรแกรม
ดังกล่าว วิธีการเขียนอาจแบ่งกลุ่มโปรแกรมออกเป็นส่วนย่อย ๆ ที่เรียกว่าโมดูล ( module) แล้วกระจาย
งานออกไปให้กับแต่ละคน จากนั้นจึงจะนำเอาโมดูลที่ได้กลับมารวมกันเป็นโปรแกรมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งช่วยลดเวลาในการเขียนโปรแกรมลงไปได้มาก
นักเขียนโปรแกรมจะอาศัยภาษาคอมพิวเตอร์ตามที่ตนเองถนัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และ
ความซับซ้อนของลักษณะงานเป็นหลัก เช่น งานทางด้านธุรกิจ งานทางด้านวิทยาศาสตร์และการ
คำนวณ เป็นต้น ปกติแล้วจะมีหน้าที่และตำแหน่งเรียกแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ปฏิบัติ เช่น
Web programmer หรือนักเขียนโปรแกรมบนเว็บไซท์
Application programmer หรือนักเขียนโปรแกรมสำหรับใช้งานเฉพาะอย่าง
System programmer หรือนักเขียนโปรแกรมระบบ เป็นต้น
ในกรณีที่นำเอาโปรแกรมหรือระบบงานสำเร็จรูปมาประยุกต์ใช้ นักวิเคราะห์ระบบจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูล
และวางแผนว่าจะนำระบบเข้ามาใช้อย่างไร ใครจะใช้ส่วนไหนของโปรแกรมบ้าง และใช้อย่างไร ส่วนนัก
เขียนโปรแกรมอาจมีบาบาทในการแก้ไขเพิ่มเติม โปรแกรมสำเร็จรูปนั้นเท่าที่ทำได้ เช่น ทำรายงานที่ต้อง
การเพิ่มหรือเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น ๆ เป็นต้น
เหตุผลที่สนใจชอบอาชีพนี้เพราะเป็นอาชีพที่มีความเป็นอิสระและเป็นอาชีพที่ดีได้รับงานเรื่อยๆและมีราย
ได้เยอะพอตัว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น